เมื่อพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล (PDPA) มีผลบังคับใช้ แน่นอนว่าการทำการตลาดในยุคหลังการมาของ PDPA ย่อมต้องเปลี่ยนไป เนื่องจากนักการตลาดหรือแผนกมาร์เก็ตติ้งอาจต้องทำกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เช่น ออกงาน Event ออกบูธแสดงสินค้า เก็บแบบสอบถามข้อมูลหรือติดต่อเสนอขายให้ลูกค้า ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจากกิจกรรมข้างต้นล้วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล มาร์เก็ตติ้งจึงต้องปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับหลักกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดกรณีถูกฟ้องจากการละเมิด PDPA วันนี้ Netka จะมาสรุปเรื่องการทำการตลาดภายใต้ PDPA ให้ฟังกันค่ะ
หัวใจสำคัญของการตลาดยุค PDPA คือ การขอความยินยอม (Consent)
ความยินยอมนั้นสำคัญมากสำหรับการทำการตลาด เพราะคือการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาตให้เราในฐานะนักการตลาดนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปทำกิจกรรมการตลาดหรือนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมได้ เช่น การอนุญาตให้ติดต่อกลับเพื่อเสนอขายสินค้าและบริการ การสมัครรับอีเมลข่าวสาร หรือการทำโปรโมชันเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) สิ่งที่นักการตลาดต้องทำเมื่อขอความยินยอมจากลูกค้าในครั้งแรก มีดังนี้
- ต้องแจ้งวัตุประสงค์ในการขอเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้ชัดเจน และแจ้งเงื่อนไขให้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังควรแจ้งด้วยว่าหากไม่ให้ความยินยอมจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานสินค้าและบริการอย่างไร แต่ไม่ใช่การแจ้งเพื่อบังคับให้เจ้าของข้อมูลนั้นๆยินยอมอย่างไม่เต็มใจ
- ต้องมีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมได้โดยง่าย
- หากจะใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้ในการขอความยินยอม นักการตลาดต้องขอความยินยอมเพิ่มเติมจากเจ้าของข้อมูลทุกครั้ง
- ทีมการตลาดควรดูแลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้ปลอดภัยที่สุด และสร้างความโปร่งใสในการเก็บข้อมูลเพื่อให้ตรวจสอบได้ทั้งจากฝ่ายกฎหมายและจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง เช่น เก็บไว้ในระบบเพียงที่เดียว โดยไม่เก็บเป็นไฟล์ไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เพื่อลดโอกาสการเกิดการรั่วไหลของข้อมูล
- ประกาศ Privacy Policy เมื่อจะขอข้อมูลส่วนบุคคลโดยเนื้อหาต้องชัดเจนและเข้าใจง่าย
แต่อย่าเพิ่งสับสนระหว่างการขอความยินยอมเพื่อรับข้อเสนอทางการตลาดกับการขอความยินยอมเพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ หรือ Cookies Consent นะ เพราะทั้งสองส่วนนี้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง หากนักการตลาดที่ต้องจัดกิจกรรม จัดงาน Event หรือไปออกบูธต่างๆแล้วต้องการติดต่อลูกค้าต่อเพื่อเสนอหรือปิดการขาย คุณควรมี Privacy Policy ที่เกี่ยวกับความยินยอมนี้โดยเฉพาะ ซึ่งขั้นตอนการขอ Consent นั้นไม่ยาก หากคุณเคยขอความยินยอมจากลูกค้าผ่านการกรอกข้อมูลในกระดาษ ผ่าน Google Form หรือ Microsoft Form มาก่อนแล้ว การใช้ Platform เฉพาะทางจะช่วยให้คุณจัดการข้อมูลจากลูกค้านับร้อยคนในครั้งเดียวได้โดยง่าย ไม่เสี่ยงที่กระดาษจะสูญหาย ข้อมูลถูกลบ หรือเสี่ยงกับการลืมเก็บข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์และการหาข้อมูลไม่พบจากการค้นหาของพนักงาน ซึ่งการเลือกใช้ Platform ที่เหมาะสมนอกจากจะสามารถจัดการเรื่องการขอความยินยอมแล้วเครื่องมือยังช่วยปิดช่องโหว่เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากจะมีระบบป้องกันการส่งต่อข้อมูลโดยผิดวัตถุประสงค์และมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง เพื่อความปลอดภัยขั้นสุดทั้งการรับเข้า ส่งต่อและระหว่างเก็บรักษาของข้อมูลส่วนบุคคลชุดนั้น
ให้ Platform เก็บความยินยอมได้ง่ายๆ เพียงแปะ Link
Platform ที่ดีจะช่วยให้คุณสร้าง QR หรือสร้าง URL หรือที่รู้จักกันว่า Link เพื่อนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลเข้าระบบ เพียงแค่ให้ลูกค้าคลิกที่ URL มันจะพาลูกค้าของคุณไปยังหน้า Privacy Notice เพื่อทำความเข้าใจกับเนื้อหาทั้งหมดของการขอความยินยอม แล้วจะปรากฎตัวเลือกความยินยอมอยู่ท้ายสุด เพื่อให้ลูกค้าของคุณได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง ลองจินตนาการเสมือนว่ามีลูกค้าต้องการสมัครสมาชิกสินค้ายี่ห้อหนึ่ง แล้วมีหน้าต่างใหม่ให้คุณกดเข้าไปยอมรับหรือปฏิเสธการส่งโปรโมชันรายเดือน ซึ่งเมื่อเลือกแล้วข้อมูลที่ได้จากลูกค้าจะเข้าไปเก็บใน Platform โดยตรง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหาย ง่ายต่อการปฏิบัติตาม PDPA และที่สำคัญคือสามารถตัดความกังวลเรื่องการคัดกรองข้อมูลลูกค้าได้เลย เพราะ Platform จะช่วยคัดเฉพาะรายชื่อผู้ที่ให้ความยินยอมเพื่อให้คุณสะดวกต่อการติดต่อทำการตลาดได้อย่างเต็มที่
Netka System เล็งเห็นปัญหาที่นักการตลาดหลายคนจะต้องเผชิญ จึงพัฒนาโซลูชันในการจัดการความยินยอมทั้งด้าน Consent Management และการสร้าง QR Code หรือ URL มาเชื่อมต่อกับแบบฟอร์มขอความยินยอม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักการตลาดในการเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย มีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลอย่างเป็นระบบให้ง่ายต่อการค้นหา อีกทั้งแสดงความโปร่งใสเพราะตรวจสอบได้ทันที และยังลดความยุ่งยากในการจัดการความยินยอมในแง่ของลูกค้าผู้ให้ข้อมูล ซึ่งลูกค้าสามารถจัดการสิทธิต่างๆของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา